บทคาถาพาหุง ทำนองอินเดีย แท้ๆ พร้อมคำแปล
ชัยชนะ ของพระพุทธเจ้า บทสวดพาหุงฯ
//-หนึ่งใน บทสวดที่ถือว่า เป็นมงคล ของชาวพุทธ คือ บทสวดพาหุง
แปลว่า"ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ ของพระพุทธเจ้า"
มีชัยชนะสำคัญ แปดครั้ง ที่ได้รับการสรรเสริญ
จะขอถอด ความหมาย เป็นแนวทาง ครับผม
1.ชนะมาร
มาร หมายถึง ผู้ขัดขวาง การ เข้าถึง ธรรมะที่ทำให้หลุดพ้นจาก
เพลิงทุกข์ เพลิงกิเลส โดยการเรียนรู้แบบล้างเงื่อนไข
(ทำอาสวะสิ้น)
มีอยู่ห้า ประการคือ
1.1-ขันธุ์มาร
คือระบบคอมพิวเตอร์ที่มีชีวิต ประกอบเป็นเรา
เป็นสิ่งที่ปรุงแต่ง ขบวนการธรรมชาติ ธรรมดา หากไปยึดว่า เป็นตัวเรา ของเราจริงๆ
ก็เป็นเหตุแห่ง การสร้างอารมณ์ทุกข์
องค์ประกอบคือ
..รูป(ข้อมูลที่เป็นพลังงานวัตถุ)
..เวทนา(ประสาทการรับรู้)
..สัญญา(ความทรงจำ ทั้งสัญชาติญาณ การเรียนรู้)
..สังขาร(การปรุงแต่ง เป็นคำสั่ง เป็นเจตนา เป็นบุคลิกภาพ)
..วิญญาณ(ความรู้ทีประสาทรับรู้นำเข้า จาก หู ตา จมูก ลิ้น กาย ใจ เกิดการเรียนรู้ใหม่ๆ)
1.2-อภิสังขารมาร
การคิด โดยขาดแสงสว่างแห่ง สติปัญญากำกับ(ขาดวิชชา)
ทำให้เกิด ขบวนการสร้าง ความรู้สึก ความอยาก ความยึด อารมณ์ จนเกิดบุคลิกภาพใหม่
ของอารมณ์ทุกข์ เวทนาทุกข์ สภาวะทุกข์
-กิเลสมาร
ความ ต้องการ ความจำเป็น ความอยาก ที่ขาดการควบคุม ฝึกฝนสู่ทางกุศล
1.3-เทวบุตรมาร
คือ ความสมใจ สะใจ ในการได้รางวัลของชีวาในชีวิต
หรือไม่ได้ดั่งใจ ทำให้เกิบุคลิกภาพต่างๆ
ทั้งที่ต่ำกว่ามาตราฐาน มนุษย์(อบายภูมิ มี นรก อสุรกาย เดียรัจฉาน เปรต)
ทั้งที่เป็นมนุษย์(ยอมรับ กฎ กติกา มารยาท กฎหมาย ของวัฒนธรรม สังคม)
ทั้งที่สูงกว่ามนุษย์(เทวดา ผู้มีแสงแห่งความสุขจาก หรรษา ภาคภูมิใจ สมใจ สะใจ)
ทั้งที่ สงบ สันโดษ สมถะ มีเมตตา กรุณา
(รูปพรหม ยินดีในอารมณ์มั่นคง จากการฝึกกสิญ
...อรูปพรหมพรหม..ยินดีในอารมณ์มั่นคง เพราะ ยอมรับ ความรู้ที่ยิ่งใหญ่ของจักรวาล)
-มัจจุราชมาร
คือเวลา ที่กลืนกิน ทุกสรรพสิ่ง รวมทั้งตัวเวลาเอง
....มารที่พระพุทธเจ้า คือ ความสมใจ สะใจ ในความดีที่เคยบำเพ็ญมา(ติดดี)
ชนะโดย อุทิศให้ ไม่หลงยึดว่าเป็นของพระองค์เอง
1.4 ชนะกิเลสมาร
ราคะ โทสะ โมหะ เป็นต้น เหตุของความเศร้าหมอง
ซึ่ง ช่วยให้ชีวิตรอด แต่เมื่อถึงเวลา
ต้องปลุกสติปัญญาตื่นกำหนดรู้ ความรู้สึกนั้น
เห็นด้านเป็นโทษ และหายใจ ถอน ความรู้สึกนั้น
เพื่อเปิดโอกาส ให้สมอง ด้าน คิด ตัดสินใจ ทำงาน
ดี กว่า ถูกบดบังด้วยอารมณ์ ที่กิเลสปรุงแต่งขึ้น
2.ชนะ ความอยากโอ้อวดตน(ยักษ์)
โดยการ อดทน ฝึกฝน จำแนก แจกแจง ธรรมชาติ ตามความเป็นจริง
3.ชนะสัญชาติญาณ อารมณ์แห่งการการทำลายล้าง
(ช้างดุร้าย)
ด้วยมหาเมตตา มหากรุณา
4.ชนะ วัตถุนิยม
(อุเฉท ทิฎฐิ อเหตุกะทิฐิ อกริยาทิฎฐิ)
ความเชื่อว่า ตายแล้วสูญ ด้วย โลกุตระฤทธิ์
ตำนาน กล่าวถึงอุงคุลีมาร ผู้ฆ่าคน เอานิ้วมือร้อยเป็นพวงมาลัย
เพราะเชื่อว่า
ตายแล้วสูญ..
บาป บุญไม่มี ...
คุณของบุพการีไม่มี
ชาตินี้ไม่มี(ทุกอย่างเป็นปฏิกริยาทางวัตถุ)
ชาติหน้าไม่มี(การเวียนว่ายตายเกิดไม่มี)
ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ เป็นอริยะบุคคลไม่มี
การเกิดแบบ ผุดขึ้นเป็นตัวเต็มวัยทันทีไม่มี(โอปาปาติกะ)
ทรงชนะโดย จำแนกแจกแจงให้ เห็น
อิทฤทธิ์
บุญฤทธิ์
โลกกุตระฤทธิ์
ฤทธิ์ ที่ชนะ เหตุอารมณ์ทุกข์อย่างถาวร สำคัญที่สุด
5.ชนะความอิจฉา ของชนชั้นฉกามาวจรภูมิ
ด้วยความสงบ สงัด จากอุปธิทั้งปวง
ตำนาน นางจิญจา อ้างว่าท้องกับพระองค์
แต่ท้องเป็นปีไม่คลอด เพราะนางแกล้ง เอาหมอนผูกไว้หน้าท้อง
6.ชนะ สัสสตทิฎฐิ
สัจจกนิครณ์ ต้องการโต้วาที ชนะพุทธเจ้า ว่าสัสสตทิฐิ คือ ปรัชญาสูงสุด
ทรงชี้ให้เห็น กฎไตรลักษ์ สูงสุด ของธรรมชาติ
กฎอนัตตา ทุกสิ่งกำลังเป็นไปตาม กฎเหตุปัจจัย ปรุงแต่ง ไม่เป็นดั่งใจบังคับได้
7.ชนะ กฎป่า
สัญชาติญาณ ดิบ ที่ อยากชนะ ยิ่งใหญ่ อมตะ ของมนุษย์
โดยการ ให้ ผู้นำธรรมชาติ ชี้แจงแทน(พระโมคคัลลานะ)
8.ชนะ ความเชื่อ วิสุทธิ์สูงสุด
ปฎิบัติธรรม
ไม่เป็นไปเพื่อไปโต้เถียง กับผู้อื่น
ไม่เป็นไปเพื่อ ชื่อเสียง
ลาภสักการะ
ความบริสุทธิ์แห่งอาหาร
อนิสงค์แห่ง ศีล สมาธิ ปัญญา
แต่เพื่อหลุดพ้น
เพลิงอารมณ์ทุกข์
เพลิงกิเลสความอยาก
อย่างสิ้นเชิง
ตำนาน เทศน์โปรด ผกาพรหม
ผกาพรหม คือเชื่อว่า จิตสงบ บริสุทธิ์ คือที่สุดของชีวิต
พระพุทธเจ้า ชี้ให้เห็นว่า เมื่อขยะปรุงแต่งจิต
ยังไม่หมด ก็ กลับมาเวียนว่าย ตายเกิด ในภพภูมิต่าง ที่จิตปรุงแต่งได้ เพียงแต่ นานๆเกิดที สาธุ
.............................................
เอา เล่าให้ฟัง เผื่อ ฟังแล้ว จับใจความ คิดตาม
อจมีประโยชน์คือ
-ไพเราะเบื้องต้น เป็นเรื่องราว อภิจินตนาการเหนือจริง จดจำง่าย
-ไพเราะเบื้องกลาง(รู้ความหมาย ธรรมะที่ซ่อนอยู่)
-ไพเราะในที่สุด (เอาไปปรับใช้ เกิดสัมมาสติ โพธิปัญญา
พ้น มายา อารมณ์ความคิด ความทุกข์ ในชีวิตประจำวันได้จริงๆ)
สาธุ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น